“คมความคิด ชีวิตมีสุข” หนังสือเล่มแรกของผม

                หลังจากที่ผมได้เริ่มสร้าง Blog ใน OK Nation เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ หรือราว ๒ ปีที่ผ่านมา ก็ได้เรียงร้อยถ้อยความในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทความทั่วไป เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ได้ไปประสบมา หรือเรื่องเกี่ยวกับกลอนกวี ผลงานเหล่านี้ เพียงเพื่อเป็นบันทึกของตัวเอง ซึ่งท่านผู้อ่านอาจได้รับความบันเทิงและอรรถรสแห่งการอ่านไปไม่มากก็น้อย

                ในความจริงแล้ว การเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ของผมนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ในยุคสมัยนี้ผมมีโอกาสได้นำเสนอผลงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ผ่านช่องทางที่สามารถทำได้เลยและสะดวกรวดเร็ว นั่นก็คือ การลงไว้ในwww.oknation.net/blog/kintaro      ทั้ง ๓ บล๊อคด้วยกัน (www.oknation.net/blog/kintaro2,  www.oknation.net/blog/kintaro3 )    หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ผมได้เขียนเรื่องราวและผลงานไว้พอสมควร แต่มันไม่ได้นำมาเผยแพร่ และช่องทางต่าง ๆ นั้นมีน้อยเหลือเกินที่จะได้รับการอนุมัติให้ได้นำเสนอต่อสาธารณะ ยุคสมัยนี้ความเจริญได้เปิดช่องทางบนพื้นที่น้อย ๆ ผ่านเทคโนโลยีที่สามารถกระจายผลงานของผมไปทั่วโลกได้ชั่วพริบตา

คมความคิดชีวิตมีสุข

 

แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังคงต้องการนำเสนอในอีกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ “หนังสือ”

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาแต่ยังเด็ก แม้ทางบ้านจะขัดสนเพียงใด แต่ผมก็ยังมีโอกาสได้ร่ำเรียนและค้นหาหนังสืออ่านในห้องสมุด และในสมัยมัธยมต้น ได้เลือกเรียนวิชา “การอ่านและพิจารณาหนังสือ” ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ผมได้เรียนรู้ในการจับจุดของหนังสือ จากผู้เขียนที่มุ่งหวังจะให้ผู้อ่านได้อะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจุดคิดต่าง ๆ แนวเรื่อง จนเป็นความเคยชินของผมในการอ่านจะถือว่าได้วิเคราะห์หนังสือไปพร้อม ๆ กัน

เมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่มน้อย ผมเข้าออกร้านหนังสือบ่อย ๆ  ง่าย ๆ ก็คือ การไปยืนอ่านหนังสือตามร้านนั่นเอง หนังสือที่ผมชอบอ่านมากที่สุดคือ ปรัชญา เหตุที่ต้องเป็นเช่นนั้น เพราะชีวิตผมจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการดำเนินชีวิตและกำลังใจเป็นอย่างมากในช่วงนั้น ไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณอย่างไรกับความยากเข็ญ ความจนที่เป็นฐานชีวิตเมื่อผมเกิดมา ความขัดสนยากจนนี่แหละทำให้ผมต้องอดทน ความอดทนทำให้ผมมีความหวัง ความหวังทำให้ผมเกิดความพยายาม ความพยายามทำให้ผมมีกำลังใจที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ

หนังสือคือเพื่อนของผมในทุกยาม แม้จะชอบแนวหลักคือ ปรัชญา แต่ก็ต้องอ่านหนังสือในทุกรูปแบบเท่าที่มีให้อ่าน และมีเวลาจะอ่านมัน ถ้าผมไม่อ่านหนังสือเหล่านั้น ไม่รู้ว่าชีวิตผมจะเป็นเช่นไรในวันนี้ การเดินทางของชีวิตที่หนักหนาสาหัสของผม ได้กำลังใจส่วนใหญ่มาจากการอ่านหนังสือ

และในวันนี้ ผมมีโอกาสที่จะสืบสาน ส่งต่อกำลังใจที่ผมได้รับจากการอ่านหนังสือเหล่านั้น ซึ่งผมเชื่อว่ามันกลายมาเป็นพลังแห่งการต่อสู้ชีวิตผม และนำพาผมให้ก้าวมาสู่จุดหนึ่งของชีวิตที่ดีกว่าเดิมมาก กอปรกับเป็นโอกาสดี ที่ผมได้รู้จักกับ “เม็ดดิน” คนทำหนังสือด้วยใจรัก ผมจึงได้ตั้งใจในการนำเอาความรู้สึกเปลี่ยนเป็นอักษร เพื่อส่งผ่านสู่สายตาของท่านผู้อ่าน ซึ่งก็สุดแล้วแต่ว่าท่านจะแปลงความรู้สึกจากตัวอักษรและพลังที่ซ่อนอยู่ในหนังสือนี้ของผมให้เป็นไปได้สักเพียงไรที่จะกลายเป็นกำลังใจส่งเสริมให้ท่านผู้อ่านได้รู้สึกดีมีพลังเช่นเดียวกัน

เป็นผู้วิเศษมาจากไหน แค่ลูกชายชาวนาจน ๆ คนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในกระท่อมปลายนา แต่ถึงยากจนแค่ไหนพ่อแม่ก็ได้สั่งสอนให้อดทนและเพียรพยายาม ไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ดี ผมยังจำได้ว่า วันหนึ่งในวัยเด็ก ผมเก็บไข่เป็ดที่มันไข่ทิ้งไว้ข้างทางได้ฟองหนึ่ง เนื่องจากแถบนั้นมีเป็ดที่เขาเลี้ยงแบบปล่อยอยู่บ้างแต่ไม่มาก ดีใจเอาไปให้แม่ แม่ถามแล้วถามอีกว่าไปขโมยไข่เป็ดใครเขามา นึกว่าแม่จะดีใจที่เราได้ไข่เป็ดมาฟองหนึ่ง แต่เกือบจะโดนแม่ตี

แต่ความยากจนไม่เคยทำให้ผมท้อและเป็นทุกข์เพราะสิ่งนี้ ไม่เคยคิดน้อยใจในวาสนาของตนเอง ผมกลับมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตแบบบ้านนอก อยู่กับธรรมชาติ ได้เรียนรู้การมีชีวิตอยู่ การเอาตัวรอด การเอื้อเฟื้อ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไรได้ก็ต้องทำ การแบ่งเบาภาระของที่บ้าน มีความสุขที่ได้ทำงานเหล่านั้น จนเติบใหญ่

 

 

การทำหนังสือไม่ใช่ความฝันของผม เพราะเพียงแค่การได้เผยแพร่งานเขียนของตนเองสู่สายตาสาธารณชนก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าหากหนังสือจะมีประโยชน์มากในการช่วยให้ท่านผู้อ่านได้รับความบันเทิง ได้รับความสุข ได้รับกำลังใจ หรือมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดี ผมจึงอยากจะแบ่งปันสิ่งเหล่านี้มากกว่า

หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการที่ผมเข้ามาเป็นหนึ่งใน OK Nation โดยแท้ และได้รู้จักกับผู้คนมากมาย เป็นที่ชุมนุมของผู้รู้ นักปราชญ์ อันควรคบหาทำความรู้จักไว้เพื่อเป็น “ครู” หรือ “กัลยาณมิตร” หรือรู้จักกันไว้ไม่เสียหาย หนึ่งในนั้นคือ “เม็ดดิน” ที่ได้ชักชวนให้ผมเขียนหนังสือ และทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการ รวมถึงธุระอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจนหนังสือผมเกิดเป็นรูปเล่มได้อย่างสมบูรณ์

“คมความคิดชีวิตมีสุข” เป็นหนังสือเล่มแรกของชีวิตผม ที่มีเนื้อหาในเชิงของปรัชญา มีแนวคิดที่ได้จากประสบการณ์ของผมบ้าง จากการอ่านบ้าง ที่คาดหวังว่าคงจะทำให้ท่านผู้อ่านยิ้มได้ มีแรงและพลัง มีกำลังใจ มีความสุขจากการได้สัมผัสอักษรในหนังสือเล่มนี้

ผมในนาม “มัชฌิมาปกร” ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่อุปถัมภ์การอ่าน และจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากท่านได้หยิบหนังสือ “คมความคิด ชีวิตมีความสุข” ขึ้นมาอ่าน เพื่อรับรู้พลังจากตัวอักษรที่ผมได้บรรจงซ่อนไว้ในหนังสือนี้ ที่จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

 

ขอขอบคุณ เม็ดดิน และสำนักพิมพ์ Buddy Book

ขอขอบคุณ OK Nation ที่ให้พื้นที่สำหรับบันทึกงานเขียนของผม

ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่าน ที่กรุณาใช้เวลาเพื่อผ่านสายตาแปลงความหมาย

และความรู้สึกจากตัวอักษรในงานเขียนของผม

 

หากท่านใดสนใจ สั่งซื้อได้ที่นี่ครับ Se-Ed : คมความคิด ชีวิตมีสุข (คลิก)