BGFC 0-1 BUFC บอลแพ้ก็ได้แง่คิด

BY IN Uncategorized 434 views

BGFC 0-1 BUFC บอลแพ้ก็ได้แง่คิด

กลับมาแล้วครับมิตรรักแฟนเพจของผม

เมื่อวานนี้ (๗ พ.ค. ๒๕๕๙) วันเสาร์ที่หยุดยาวมาตั้งแต่พฤหัสบดี ก็ไม่พลาดที่จะมาชมนัดในบ้านที่ บางกอกกล๊าสเอฟซี เปิดบ้านพบกับ แบงค์คอก ยูไนเต็ด เวลา ๒๐.๐๐ ซึ่งผลปรากฏว่า บางกอกกล๊าสพลาดท่าแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย 0-1

นัดนี้เป็นนัดที่ 10 แล้ว ของ BGFC  ใน TPL เมื่อรวมนัดนี้แล้ว BGFC ชนะ 7 แพ้ 3 ยังไม่เคยเสมอครับ มี 21 แต้ม ส่วน BUFC นั้น รวมนัดนี้ก็ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 25 แต้ม เป็นอันดับ 1

แต่ไม่เป็นไรครับ ยังเหลือเกมการแข่งขันอีกตั้ง 24 นัด สู้กันต่อไปครับ BGFC การเดินทางของทีมเพื่อจะไปสู่แชมป์นั้น ยังอีกยาวไกล และกองเชียร์แฟนคลับของนักเตะ และแฟนของสโมสร BGFC นั้น ยังคงให้กำลังใจไปตลอด นับตั้งแต่ปี 2009 และในวันนี้ก็มีผู้ชมเข้ามาให้กำลังใจกว่า 7,400  แต่ก็ยังไม่เต็มความจุของสนามที่มีกว่า 13,000 ที่นั่ง แฟน BGFC อย่าลืมมาชมและมาเชียร์กันเยอะ ๆ นะครับ นัดในบ้าน ถิ่นของเรา คนในคลองธัญบุรี ลำลูกกา คลองหลวง หนองเสือ ปทุมธานี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง มาเป็นกำลังใจให้นักเตะกันนะครับ ถือว่าเราเป็นเจ้าบ้าน เป็นแฟนคลับของสโมสร

สำหรับรูปเกมในวันนี้ มันไม่น่าเสียใจเท่าไหร่หรอกครับ แต่มันน่าเสียดายจริง ๆ ที่โอกาสในการทำประตูมันพลาดไปหมด มันไม่ควรจะหลุดออกนอกประตู หรือชนเสา หรือว่าเป็นเพราะคาถาผ้ายันต์เช่นเดียวกับเลสเตอร์ หรือเปล่าครับ เกมของ BGFC ก็ไม่ได้พลาดอะไรมากมาย เพียงครั้งเดียวที่โดนบุกและถูกฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าไป ถือว่าไม่น่าเสียใจครับ คือตั้งแต่ดูและเชียร์ BGFC มาตลอด 5 ปี (นับแต่ที่ย้ายมาเล่นที่สนาม ลีโอสเตเดี้ยม) มีความรู้สึกว่า BGFC ได้พัฒนารูปเกมไปในทิศทางที่แปลกและทันสมัยมากขึ้น

ก็อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้ว่า การกีฬานั้น เป็นเรื่องของ ความสมบูรณ์ของสภาพร่างกาย หรือเรียกว่า สมรรถนะ ความชำนาญจากการฝึกฝน ที่เหลือก็เป็นความเป็นอัจฉริยะ ไหวพริบ สติปัญญา และพรสวรรค์ในด้านกีฬาของบุคคลเหล่านั้น แต่เมื่อรวมเป็นทีมแล้ว มันต้องใช้ทักษะของการเข้าใจในทีมซึ่งกันและกันเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งด้วย ผมกำลังพูดถึงกีฬาฟุตบอล นะครับไม่ใช่การแทงบอล (อันนี้ผิดกฎหมายในบ้านเรานะครับ) ดึกดื่นตื่นมาดูมาเล่นก็ไม่เหน็ดเหนื่อย เข้าใจว่าต่างประเทศน่าจะถูกกฎหมายนะครับการพนันแบบนี้

พูดถึงเรื่องการพนันเอาซะหน่อยครับ บ้านเราเป็นประเทศที่ไม่ยอมรับความจริงครับ ธรรมชาติของมนุษย์ชอบท้าทายและเสี่ยง เรามีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โครตเหง้าเหล่ากอ ของเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการ ชนไก่ ชกมวย ก็มีการพนันกัน ปัจจุบันก็คงมีอยู่ แต่ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้ เพราะไม่ชอบเล่นการพนัน ยกเว้นการเสี่ยงโชค คือสลากกินแบ่งรัฐบาล ผมแปลกใจว่า ทำไมบ้านเราไม่มีกฎหมายอนุญาตให้เล่นการพนันได้เป็นเรื่องเป็นราว เช่นมีบ่อน มีการพนันประเภทใดบ้างที่ถูกกฎหมาย เราจะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีชายแดนติดกับบ้านเรานั้น มีบ่อนการพนันเพื่อต้อนรับคนไทยอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นปอยเปต ของกัมพูชา ที่ลาวก็มี มาเลเซีย พม่า มีหมดครับ คนที่เล่นก็คือคนไทย ก็เลยสงสัยว่า เราจะโกหกตัวเองไปทำไม แต่ละที่แต่ละเมืองที่มีบ่อน ต่างเจริญรุ่งเรืองกันจนเทียบไม่ติด แม้แต่ประเทศญี่ปุ่น การพนันที่ถูกกฎหมายคือ แข่งรถยนต์ แข่งรถมอเตอร์ไซค์ แข่งรถจักรยาน และ แข่งม้า นอกจากนี้ยังมีหวย 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว ที่เรียกว่า นัมเบอร์ ออกทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และล๊อตเตอรี่ ออกตามโอกาสของแต่ละท้องที่ เยอะไปหมด ประเทศของเขาก็ไม่ได้ล่มจมแต่ย่างใด ที่เขียนแบบนี้เพราะผมสงสัยว่า เงินจากการพนันบ้านเราไปไหน สมมุติว่า เราแทงหวยใต้ดินคนละ 10 บาท 60 ล้านคน ก็เท่ากับ 600 ล้านบาท ถ้ามีคนถูกสักร้อยละ 10 ก็จะเท่ากับ 60 ล้าน อีก 540 ล้าน ไปไหนครับ มันเป็นอำนาจมืดที่ทำให้ไทยเป็นไทยแบบนี้หรือเปล่า

บอกแล้วอย่าให้ออกทะเลนะครับ ไปไกลเลย กลับมาก่อนครับ

ฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม ในทีมประกอบด้วยผู้เล่น 11 คน แต่ละคนจะเล่นตามอำเภอใจหรือตามทักษะเฉพาะตัวของตัวเองมีอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องเล่นด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นความเป็นเฉพาะตัวนี่แหละสำคัญ ก็เหมือนกับน้ำ 1 หยด เอามารวมกันหลาย ๆ หยด ก็จะพอดื่มดับกระหายได้ เหมือนกับ ตะเกียบ 1 อัน หักได้ แต่รวมกันหลายอันเป็นมัด หักยาก หรือหักไม่ได้ ความเป็นเฉพาะตัวนี่แหละ หมายถึง นักกีฬาต้องดูแลตัวเองให้ดี จะว่าไปแล้ว อาชีพนักกีฬา มีเวลาหากินกับอาชีพตัวเองตั้งแต่ที่เริ่มฉายแวว ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะมีโอกาสมากกว่า ตั้งแต่อายุยังน้อย ไปจนไม่เกิน 35 ปี เท่านั้นเอง รวม ๆ แล้ว ถ้าดังตั้งแต่ 15 ปี ก็รวมเวลาทำมาหากินแค่ 20 ปี นั่นหมายความว่า นักกีฬาจะต้องรักษาสภาพร่างกายของตัวเองเพื่อให้มีสมรรถภาพที่จะสามารถสร้างมูลค่าได้ให้นานที่สุด ในอาชีพของตัวเอง เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือ “การมีวินัย”  ที่จะต้องดูแลตัวเองทั้งด้านโภชนาการ ด้านร่างกายและจิตใจ  เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมนักกีฬาจากประเทศสังคมนิยม (คอมมิวนิตส์) ถึงมีความแข็งแรง มีกำลัง มีความอดทน ผมเดาเอาว่า เพราะพวกเขามีวินัยสูง ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการฝึกฝน หรือวินัยในการควบคุมตัวเอง (การกินอยู่ การรักษาสุขภาพ) เช่น เกาหลีเหนือ จีน เวียดนาม นักกีฬาของเขาดูแข็งแกร่งมาก มีกำลังเหลือเฟือ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับทักษะและฝีมือ

ในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีการพัฒนากีฬาของเขาด้วยการจัดการแข่งขันมาเป็นระดับอายุ เช่นกีฬาเบสบอล จนมีนักกีฬาที่ไปเล่นในสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก กีฬาชนิดอื่น ๆ ก็จะมีมหาวิทยาลัยชื่อดังรับผิดชอบไป เช่นกีฬาว่ายน้ำ ต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยเคโอ  นักกีฬาจึงมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ และพัฒนาฝีมือได้อย่างต่อเนื่อง แต่บ้านเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนทำกันเองเสียส่วนใหญ่ พอดังแล้ว ประเทศก็ได้หน้าได้ตากันไป

พูดมายืดยาวขนาดนี้ มาสรุปว่า นักกีฬาฟุตบอลของเรานั้น ยังคงต้องฝึกฝนสมรรถนะทางร่างกายอีกมาก ในการดูแลตัวเอง ต้องมีวินัยมากกว่านี้ ต้องรับผิดชอบตัวเอง อย่าดับฝันคนเชียร์ด้วยการไม่รับผิดชอบที่จะดูแลตัวเอง ไม่ขยันฝึกฝน ผมหมายถึง แม้นอกสนาม หรือในเวลาส่วนตัว ก็ไม่ควรปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไป นักกีฬาชนิดอื่น ๆ ก็มีตัวอย่างให้เห็นไม่น้อย ที่ดังและดับไปในเวลาไม่นาน

อาชีพนักกีฬาฟุตบอลนี้ ผมก็ไม่เคยเป็น ไม่เคยสัมผัสอย่างลึกซึ้ง ไม่เคยเข้าไปดูว่าเขาทำอะไรบ้าง แต่ผมหมายถึงว่า การใช้ชีวิตเป็นอยู่ตามธรรมดาของนักเตะนั้น อาจจะต้องระมัดระวังทางด้านสุขภาพเป็นอย่างมาก จะกินอะไรก็ต้องคิด จะดื่มจะเมาก็ต้องระวังเป็นพิเศษ  ผมว่า นักฟุตบอลต่างประเทศเขาก็คงมีวินัยอย่างเข้มงวดเช่นกัน

ในครั้งนี้ เราอาจจะแพ้เพราะเราอาจจะมีความไม่แม่นยำพอ ถ้าพูดแบบเข้าข้างตัวเองคือ โชคไม่ช่วย  ความจริงโชคไม่เคยช่วยใครหรอกครับ ผมเชื่ออย่างนั้น แต่มันเป็นความพร้อมของเรามากกว่า ตอนทำงานมีหัวหน้าคนญี่ปุ่นผมท่านหนึ่ง บอกกับผมว่า “คนที่เตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าย่อมได้เปรียบ” ข้อนี้ผมจำมาปฏิบัติตลอด จะทำอะไรก็ต้องเตรียมตัวเตรียมงานให้พร้อม จะไปพบกับลูกค้าหรือ Supplier ก็ต้องเตรียมข้อมูลไปให้มากที่สุด นักกีฬาฟุตบอลก็เช่นเดียวกันครับ ที่คิดว่าต้องฝึก ต้องเตรียมตัว ต้องมีวินัยให้มากกว่านี้ก็เพราะว่า ในตลอด 90 นาทีนั้น นักกีฬาต้องมีพละกำลังเพียงพอที่จะเล่นอย่างเต็มความสามารถ อย่างไม่หมดกำลังเสียก่อน อย่างไม่เป็นปัญหาต่อทีม

ในครั้งนี้ ผมก็เห็นนักเตะหลายคนของ BGFC ล้มลุกคลุกคลาน บางคนต้องทนอาการบาดเจ็บไปจนจบ 90 นาที อันนี้น่านับถือน้ำใจอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ผมคิดคือ มีวิธีไหนบ้าง ที่เราจะหลีกเลี่ยงที่จะเกิดอาการเช่นนี้ ร่างกายมันล้า หรือไม่พร้อม อันนี้ผมไม่ทราบ เพราะบางทีอาจจะเพราะอากาศร้อน หรือการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน หรือเช่นอาการผิดปกติของการทำงานในร่างกายของนริศก็เช่นเดียวกัน ผมและคิดว่าแฟนบอลทุกท่านก็คงคิดเหมือนกัน ที่มีแต่ความปรารถนาดี และขออวยพรให้นักเตะที่บาดเจ็บหายไว ๆ จะได้มาเป็นกำลังของทีม และหวังว่า นักเตะแต่ละท่าน จะมีศีลปะในการใช้ชีวิตด้านการกีฬาอย่างชาญฉลาด เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพของตนเอง

ในฐานะคนเชียร์อยู่เงียบ ๆ อย่างผม ผมก็ทำตามหน้าที่ที่ผมถนัด คือสื่อสารผ่านตัวอักษร บางท่านก็ทำหน้าที่ที่ตนเองมีความสามารถ เช่น พี่นิด พี่อิ๊ค และทีมงานกลอง ธง กลุ่มอุลตร้าฯ ก็ทำหน้าที่ของตนเองอย่างไม่ลดละ นั่นก็หมายความว่า  เป็นการส่งกำลังใจและส่งสัญญาณไปยังนักเตะ BGFC และทีมงานทุกท่าน ว่าเราต่างก็คาดหวังและเป็นกำลังใจให้ท่านได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งส่วนตัวและ Team work ไม่เช่นนั้น คงไม่มีความสำเร็จใดที่จะมาพร้อมกับโชคอยู่เสมอไป เพราะการกีฬาไม่ใช่การเสี่ยงทาย เสี่ยงโชค แต่เป็นการต่อสู้กันด้วยสมรรถภาพทางกาย ไหวพริบ และในระดับทีม ก็คือชั้นเชิง กลยุทธ์ทางการกีฬา

ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก แต่การที่จะเป็นแชมป์ได้นั้น คือทีมที่แพ้น้อยที่สุด หรือไม่แพ้เลย

ขอบคุณทุกท่านที่อยู่เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน และคอยถามไถ่มาเสมอว่า ผมไม่เขียนเรื่องราวมาให้อ่านแล้วหรือ  ตอนนี้ก็เลยมีแรงบันดาลใจ มีกำลังใจเล็ก ๆ ที่จะพยายามหาเวลามาเขียนเรื่องราวมาให้อ่านกันครับ

ขอบคุณภาพจาก สโมสรบางกอกกล๊าส

แสดงความคิดเห็น...