หนาวคราวที่แล้ว ๒ ดอยอ้างว้าง อ่างขาง อะคึ อะค่ะ

BY IN บันทึกการเดินทาง 448 views

หนาวคราวที่แล้ว ๒  ดอยอ้างว้าง อ่างขาง อะคึ อะค่ะ

ศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2558

วันเวลายังคงยาวนานสำหรับพวกเรา เพราะเราใช้มาแล้วตั้งแต่ นาทีแรกของวันคริสต์มาสของปีนี้ จนป่านนี้กว่าจะออกจากบ้านไม้หอม ตังค์ระเหย ฮิโนกิไปได้ ค่าเข้าห้องน้ำราคาเกือบ 3 หมื่นบาท ก็ปาเข้าไปเกือบ 9 โมงเช้า

ณ จุดนี้ เรายังมีความสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับเวลานัดหมายกับทางโรงเรียน สุดท้ายเรามีมติกันวัน เราจะเดินทางขึ้นดอยอ่างขางกันก่อน แล้วค่อยกลับมาโรงเรียนที่อำเภอฝาง โดยเราจะเอารถขึ้นไปเพียงคันเดียว เราจึงทำการย้ายของ และเปลี่ยนคนให้มานั่งด้วยกันให้หมดในคันเดียวกัน  โดยแวะเปลียนรถที่วัดแห่งหนึ่ง

แล้วเราก็เดินทางขึ้นไปดอยอ่างขางทางอำเภอไชยปราการ ความจริงดอยอ่างขางมีทางขึ้นหลายทาง แต่คนขับรถก็พาเราขึ้นเขาไปด้วยความปลอดภัย ด้วยเส้นทางที่สูงชัน คดเคี้ยว ระหว่างทางเราเห็นอาสาชาวบ้านคอยอำนวยสะดวกเรื่องเส้นทาง คอยช่วยเหลือรถที่มีปัญหา และคอยบอกทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเส้นทาง หรือเวลาลงเขาเหยียบเบรกจนไหม้ก็มีนะครับ

ดอยอ่างขาง เป็นครั้งที่ 2 ของผม คราวก่อนมากับภรรยา และพี่อีกคนที่มาส่องนก ต่างคนต่างเดินไปคนละทิศละทาง  หาอ่านได้ครับ ในบล็อกของผมเอง ตอน “ตามดูนก 5 ซากุระบานที่ดอยอ่างขาง”  ใน OKNation มาครั้งนี้ ไม่คาดหวังว่าจะได้เห็นซากุระบาน ผมนี่เป็นคนบ้าถ่ายรูปดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้าไปเรื่อยครับ ด้วยกล้อง Cannon 650D ซื้อมานานแล้วครับ ยังไม่คุ้มเลย จะตกรุ่นอีกแล้ว

จุดที่เป็นไฮไลท์ของดอยอ่างขางคือสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  ซึ่งมีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ผลมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาว ดอกไม้ ณ ที่แห่งนี้จะเบ่งบานสวยงาม รวมถึงดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระ อีกสายพันธุ์หนึ่งนั่นเอง ความเป็นมาของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนั้น ผมเพิ่มเติมไว้ด้านท้ายบทความนะครับ

ที่สถานีเกษตรแห่งนี้จะมีสวนบ๊วย และท้อ ซึ่งจะออกดอกในหน้านี้เช่นเดียวกัน ดอกบ๊วยจะมีสีขาว ซึ่งลักษณะต้นและดอกก็จะคล้ายกับซากุระ แต่ดอกจะไม่เป็นพวง ลำต้นจะถูกตัดแต่งให้เหมาะสมกับการออกผล  สวนบ๊วยจึงดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ทำให้คิดถึง สวนบ๊วยที่เมืองมิโตะ ประเทศญี่ปุ่นเลยครับ

 

เมื่อไปถึง เพื่อนร่วมเดินทางของเรา ซึ่งมีชาวชราอยู่หลายรายก็พากันเดินเข้าตลาด เพื่อหาพลังงานเพิ่ม ส่วนผมเลือกที่จะเดินเข้าไปในสถานีเกษตรฯ ต้องเสียค่าเข้าด้วยนะครับ ผมเดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ สองข้างทาง มีดอกซากุระ เริ่มบานแล้ว เนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์ ทำให้นักท่องเที่ยวบางตา เลยสะดวกที่จะถ่ายรูป ผมเดินเข้าไปถ่ายรูปในโรงเรือนหลาย ๆ ที่ มีดอกไม้มากมาย รวมถึงดอกกุหลาบด้วย เลยออกไป มีดอกซากุระบานอยู่ขอบอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ พี่มดเดินตามมาทันพอดี เลยได้ถ่ายรูปดอกซากุระกันใหญ่ แล้วผมก็เดินต่อไปยังสวน 80 พรรษาสมเด็จพระราชินี

ผมนี่เมามันกับการถ่ายรูป อัฟเฟส มากเลยครับ จนแบทโทรศัพท์เกือบจะหมด และทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  ขึ้นชื่อว่าพี่มดโทรมา

“ว่าไงครับพี่มด”

“คุณหนุ่ย ครูที่โรงเรียนเขาโทรมา คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เขาบอกว่ารอเราตั้งนาน จนนักเรียนและชาวบ้านจะกลับกันหมดแล้ว อะไรก็ไม่รู้”

“อ้าว ไหนบอกนัดกันบ่าย 3 โมงไงครับ”

“ก็นั่นนะสิ เนี่ย ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวไปรับคุณหนุ่ย อยู่ตรงไหน”

ผมก็งงครับ  สักพักรถตู้ก็มารับ ผมยังไม่อิ่มกับการถ่ายรูปเลยครับ อากาศตอนนี้ก็เย็นสบาย ประมาณ 20 องศา แต่พอขึ้นรถได้ พี่มดก็ของขึ้นเลยครับ ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน ตกลงว่าพวกเราต้องรีบลงจากดอยอ่างขาง  ตอนนี้พี่มดเริ่มเครียดแล้วครับ เพราะเนื่องจากพี่มดเป็นหัวหน้าคณะทัวร์ของเรา คนขับรถก็เครียด เพราะพวกเรายังไม่รู้ว่าทางไปโรงเรียนไปทางไหนกันแน่  ลูกทัวร์อย่างผมนะหรือครับ ไม่เคยเครียดครับ  นึกขำ ไปตลอดทาง

“เนี่ยะคุณหนุ่ย คุณครูโทรมาบอกทาง คุยไม่รู้เรื่อง” ว่าพลางก็ยื่นโทรศัพท์ให้คนขับรถ ผมก็ได้ยินคุยถามทางกันอยู่ แว่ว ๆ ว่า ไปทาง สวนส้มธนาธร  ถ้าใครติดตามงานเขียนของผม คงจะได้อ่านเรื่อง ดูนก เมื่อหลายปีก่อน ผมมาพักที่น้ำพุร้อนฝาง  แวะเที่ยวสวนส้มธนาธร ก็พอจะคุ้นกับเส้นทางนั้นบ้าง แต่ก็ไม่มีคนถามผมนะครับ อีกอย่างพี่มดคงลืมไปว่าผมเป็นคนเหนือ พูดภาษาเหนือได้ น่าจะให้ผมคุย นี่พี่มดกับคนขับรถไปคุยอะไรกันกับปลายสาย “อะคึ อ่ะค่ะ อะคิ๊” คุยกันไม่รู้เรื่อง รถก็วิ่งลงเขาไป จนพี่มดเริ่มอาการไม่ดี เพราะเครียดจัดไมเกรนขึ้นสมอง เกิดอาการจะอาเจียน วิงเวียนไปตลอดทาง รถก็วิ่งไปตามทางที่คดเคี้ยวยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ พี่มดกลัวจะไปไม่ทันเด็ก ท่าทางยังกับถูกผีดอยอ่างขางเข้าสิงนะครับ ผมนี่ก็นั่งชิว ๆ อยู่หลังรถตู้ ไม่เคยสำนึกอะไรเลย

คุณเปา คนขับรถตู้เกือบจะครบ 24 ชั่วโมง ก็พาเราลงจากดอยอ่างขางอย่างปลอดภัย แต่อาการของพี่มดยังไม่ดีขึ้น เรามาแวะเอารถอีกคันที่จอดไว้ แล้วมุ่งหน้าไปโรงเรียน

เรื่องของการมาบริจาคของในครั้งนี้ มีการเตรียมการมาตลอดครึ่งปี การติดต่อหาโรงเรียน การประสานงานต่าง ๆ พี่มดเป็นคนจัดการหมด โดยเราจะหาโรงเรียนชายแดนที่กันดาร ทางฝั่งแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง แม่เหาะ แม่สามแลบ ท่าตาฝั่ง จอซิเดอ  แถวนั้นเราไปมาจนทางเกลี้ยงหมดแล้วครับ  เรื่องราวของการหาโรงเรียนในปีนี้ก็มีอยู่ว่า เดิมทีเราจะไปอมก๋อย แต่จากการปรึกษากับอาจารย์แล้ว เห็นว่าเราคงจะเดินทางไม่สะดวก และไปไม่ทันแน่ เพราะทางยากลำบากและเรามีเวลาน้อย  อาจารย์ที่จึงแนะนำโรงเรียนที่มีครูย้ายมา ก็คือ บ้านห้วยนกกก ไม่ได้เป็นโรงเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ อยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ระหว่างทาง คนขับรถทั้งสองคัน ก็พยายามหาเส้นทางไปยังหมู่บ้าน ด้วยความรีบเร่ง ไม่ลืมหูลืมตา พี่มดเองก็อาการดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมึน ๆ พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  อันนี้คุ้นเคยกันครับ เพราะมาด้วยกันบ่อย

การเดินทางก็ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค์ให้เราต้องแก้ไขอยู่เสมอ ก็เหมือนกับชีวิตของเรานี่แหละครับ เราก็ต้องเผชิญต่อสิ่งที่ไม่คาดฝัน แต่การเตรียมการไว้ให้พร้อมที่สุด ย่อมได้เปรียบครับ ในครั้งนี้ เราก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันได้อย่างไม่มีปัญหา

ไม่รู้พี่มดคุยโทรศัพท์อะไรยังไง อะคึ อะค่ะ อะโค่ะ

                ไว้พบกันต่อต่อไปครับ

 

ความเป็นมาของสถานีเกษตรหลวงขาง จาก Web อ่างขาง

สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

 

ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้

 

จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

 

 

แสดงความคิดเห็น...